2008/Jan/11

       วันเสาร์นี้ก้อจะถึงวันเด็กแล้วจิ (T_T) เหอะ ไอ้เราก้อเลยวัยเด็กมาตั้งนานแล้วน้า อยากกลับไปเป็นเด็กอีก
ครั้งจังเยย

              สำหรับคำขวัญวันเด็กปีนี้คือ สามัคคี มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ เชิดชูคุณธรรม

     ถึงจะเลยวัยเด็กมาแล้วก้อนำไปใช้กันได้นะคะ หุหุ (-^^-)
    เอาเป็นว่า วันนี้มีเรื่องของคำขวัญวันเด็กมาฝากให้ หลายๆคนลองอ่านกันค่ะ

              คำขวัญวันเด็ก เป็น คำขวัญที่นายกรัฐมนตรีมอบให้เด็กไทย เนื่องในโอกาสวันเด็กแห่งชาติของทุกปี โดยคำขวัญวันเด็กมีขึ้นครั้งแรก เมื่อ พ.ศ. 2499 ในสมัยที่จอมพล ป.พิบูลสงครามดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และตั้งแต่ พ.ศ. 2502 จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ ซึ่งดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ได้ให้คุณค่าความสำคัญของเด็ก จึงมอบคำขวัญให้เป็นข้อคติเตือนใจสำหรับเด็กปีละ 1 คำขวัญ (ก่อนถึงวันเด็กแห่งชาติ) นายกรัฐมนตรีสมัยต่อมา จึงได้ถือเป็นธรรมเนียมสืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน
คำขวัญวันเด็กตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

พ.ศ. 2499 - จอมพล ป.พิบูลสงคราม
  • จงบำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นและส่วนรวม
พ.ศ. 2502 - จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์
  • ขอให้เด็กสมัยปฏิวัติของข้าพเจ้า จงเป็นเด็กที่รักความก้าวหน้า
พ.ศ. 2503 - จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์
  • ขอให้เด็กสมัยปฏิวัติของข้าพเจ้า จงเป็นเด็กที่รักความสะอาด
พ.ศ. 2504 - จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์
  • ขอให้เด็กสมัยปฏิวัติของข้าพเจ้า จงเป็นเด็กที่อยู่ในระเบียบวินัย
พ.ศ. 2505 - จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์
  • ขอให้เด็กสมัยปฏิวัติของข้าพเจ้า จงเป็นเด็กที่ประหยัด
พ.ศ. 2506 - จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์
  • ขอให้เด็กสมัยปฏิวัติของข้าพเจ้า จงเป็นเด็กที่มีความขยันหมั่นเพียรมากที่สุด
พ.ศ. 2507
  • ไม่มีคำขวัญ เนื่องจากงดการจัดงานวันเด็กแห่งชาติ
พ.ศ. 2508 - จอมพล ถนอม กิตติขจร
  • เด็กจะเจริญต้องรักเรียนเพียรทำดี
พ.ศ. 2509 - จอมพล ถนอม กิตติขจร
  • เด็กที่ดีต้องมีสัมมาคารวะ มานะ บากบั่น และสมานสามัคคี
พ.ศ. 2510 - จอมพล ถนอม กิตติขจร
  • อนาคตของชาติจะสุกใส หากเด็กไทยแข็งแรงดีมีความประพฤติเรียบร้อย
พ.ศ. 2511 - จอมพล ถนอม กิตติขจร
  • ความเจริญและความมั่นคงของชาติไทยในอนาคต ขึ้นอยู่กับเด็กที่มีวินัย เฉลียวฉลาดและรักชาติยิ่ง
พ.ศ. 2512 - จอมพล ถนอม กิตติขจร
  • รู้เรียน รู้เล่น รู้สามัคคี เป็นความดีที่เด็กพึงจำ
พ.ศ. 2513 - จอมพล ถนอม กิตติขจร
  • เด็กประพฤติดีและศึกษาดี ทำให้มีอนาคตแจ่มใส
พ.ศ. 2514 - จอมพล ถนอม กิตติขจร
  • ยามเด็กจงหมั่นเรียน เพียรกระทำดี เติบใหญ่จะได้มีความสุขความเจริญ
พ.ศ. 2515 - จอมพล ถนอม กิตติขจร
  • เยาวชนฝึกตนดี มีความสามารถ
พ.ศ. 2516 - จอมพล ถนอม กิตติขจร
  • เด็กดีเป็นศรีแก่ชาติ เด็กฉลาดชาติเจริญ
พ.ศ. 2517 - นายสัญญา ธรรมศักดิ์
  • สามัคคีคือพลัง
พ.ศ. 2518 - นายสัญญา ธรรมศักดิ์
  • เด็กดีคือทายาทของชาติไทย ต้องร่วมใจร่วมพลังสร้างความสามัคคี
พ.ศ. 2519 - หม่อมราชวงศ์ คึกฤทธิ์ ปราโมช
  • เด็กที่ต้องการเห็นอนาคตของชาติรุ่งเรือง จะต้องทำตัวให้ดี มีวินัย เสียแต่บัดนี้
พ.ศ. 2520 - นายธานินทร์ กรัยวิเชียร
  • รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ เป็นคุณสมบัติของเยาวชนไทย
พ.ศ. 2521 - พลเอก เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์
  • เด็กดีเป็นศรีแก่ชาติ เด็กฉลาดชาติมั่นคง
พ.ศ. 2522 - พลเอก เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์
  • เด็กไทยคือหัวใจของชาติ
พ.ศ. 2523 - พลเอก เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์
  • อดทน ขยัน ประหยัด เป็นคุณสมบัติของเด็กไทย
พ.ศ. 2524 - พลเอก เปรม ติณสูลานนท์
  • เด็กไทยมีวินัย ใจสัตย์ซื่อ รู้ประหยัด เคร่งครัดคุณธรรม
พ.ศ. 2525 - พลเอก เปรม ติณสูลานนท์
  • ขยันศึกษา ใฝ่หาความรู้ เชิดชูชาติ ศาสน์ กษัตริย์ เป็นคุณสมบัติของเด็กไทย
พ.ศ. 2526 - พลเอก เปรม ติณสูลานนท์
  • รู้หน้าที่ ขยัน ซื่อสัตย์ ประหยัด มีวินัยและคุณธรรม
พ.ศ. 2527 - พลเอก เปรม ติณสูลานนท์
  • รักวัฒนธรรมไทย ใฝ่ดีมีความคิด สุจริตใจมั่น หมั่นศึกษา
พ.ศ. 2528 - พลเอก เปรม ติณสูลานนท์
  • สามัคคี นิยมไทย มีวินัย ใฝ่คุณธรรม
พ.ศ. 2529 - พลเอก เปรม ติณสูลานนท์
  • นิยมไทย มีวินัย ใช้ประหยัด ใจสัตย์ซื่อ ถือคุณธรรม
พ.ศ. 2530 - พลเอก เปรม ติณสูลานนท์
  • นิยมไทย มีวินัย ใช้ประหยัด ใจสัตย์ซื่อ ถือคุณธรรม
พ.ศ. 2531 - พลเอก เปรม ติณสูลานนท์
  • นิยมไทย มีวินัย ใช้ประหยัด ใจสัตย์ซื่อ ถือคุณธรรม
พ.ศ. 2532 - พลเอก ชาติชาย ชุณหะวัณ
  • รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ใจสัตย์ซื่อ ถือคุณธรรม
พ.ศ. 2533 - พลเอก ชาติชาย ชุณหะวัณ
  • รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ใจสัตย์ซื่อ ถือคุณธรรม
พ.ศ. 2534 - พลเอก ชาติชาย ชุณหะวัณ
  • รู้หน้าที่ มีวินัย ใฝ่คุณธรรม นำชาติพัฒนา
พ.ศ. 2535 - นายอานันท์ ปันยารชุน
  • สามัคคี มีวินัย ใฝ่ศึกษา จรรยางาม
พ.ศ. 2536 - นายชวน หลีกภัย
  • ยึดมั่นประชาธิปไตย ร่วมใจพัฒนา รักษาสิ่งแวดล้อม
พ.ศ. 2537 - นายชวน หลีกภัย
  • ยึดมั่นประชาธิปไตย ร่วมใจพัฒนา รักษาสิ่งแวดล้อม
พ.ศ. 2538 - นายชวน หลีกภัย
  • สืบสานวัฒนธรรมไทย ร่วมใจพัฒนา รักษาสิ่งแวดล้อม
พ.ศ. 2539 - นายบรรหาร ศิลปอาชา
  • มุ่งหาความรู้ เชิดชูความเป็นไทย หลีกไกลยาเสพติด
พ.ศ. 2540 - พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ
  • รู้คุณค่าวัฒนธรรมไทย ตั้งใจใฝ่ศึกษา ไม่พึ่งพายาเสพติด
พ.ศ. 2541 - นายชวน หลีกภัย
  • ขยัน ประหยัด ซื่อสัตย์ มีวินัย
พ.ศ. 2542 - นายชวน หลีกภัย
  • ขยัน ประหยัด ซื่อสัตย์ มีวินัย
พ.ศ. 2543 - นายชวน หลีกภัย
  • มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ คู่คุณธรรม นำประชาธิปไตย
พ.ศ. 2544 - นายชวน หลีกภัย
  • มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ คู่คุณธรรม นำประชาธิปไตย
พ.ศ. 2545 - พันตำรวจโท ดร.ทักษิณ ชินวัตร
  • เรียนให้สนุก เล่นให้มีความรู้ สู่อนาคตที่สดใส
พ.ศ. 2546 - พันตำรวจโท ดร.ทักษิณ ชินวัตร
  • เรียนรู้ตลอดชีวิต คิดอย่างสร้างสรรค์ ก้าวทันเทคโนโลยี
พ.ศ. 2547 - พันตำรวจโท ดร.ทักษิณ ชินวัตร
  • รักชาติ รักพ่อแม่ รักเรียน รักสิ่งดีๆ อนาคตดีแน่นอน
พ.ศ. 2548 - พันตำรวจโท ดร.ทักษิณ ชินวัตร
  • เด็กรุ่นใหม่ ต้องขยันอ่าน ขยันเรียน กล้าคิด กล้าพูด
พ.ศ. 2549 - พันตำรวจโท ดร.ทักษิณ ชินวัตร
  • อยากฉลาด ต้องขยันอ่าน ขยันคิด
พ.ศ. 2550 - พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์
  • มีคุณธรรมนำใจ ใช้ชีวิตพอเพียง หลีกเลี่ยงอบายมุข
พ.ศ. 2551 - พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์
  • สามัคคีมีวินัย ใฝ่เรียนรู้ เชิดชูคุณธรรม
    ขอบคุณข้อมูลดีๆ จากวิกิพีเดีย คร่า http://th.wikipedia.org/

 


 ขอพื้นที่เล็กๆนี้ยังเป็นเด็กไปนานๆ
ให้เรายังได้ฝัน ให้เรายังยิ้มได้
โลกแห่งความจริง มันจะดีหรือร้าย
เก็บความเป็นเด็กในหัวใจ จะอยู่กับฉันตลอด
                                                                                 

2007/Nov/17

                      น่าแปลกนะคะ วันๆนึงเราเจอคนตั้งเยอะ แต่กลับไม่มีใครรู้จักเรา
                      ไม่มีใครพร้อมที่จะให้คำปรึกษา-- ก้อแน่หล่ะค่ะ ปัญหาตัวเค้าเองก้อเยอะจะตายอยู่แล้ว
                      ในมือถือมีเบอร์ เป็นร้อย แต่กลับไม่รู้จะโทรหาใครดี ทั้งที่มีเรื่องอยากปรึกษา
                      
                      ทุกคน ก้อมีแนวทางที่ต่างกันไป
                      การเรียนรู้ที่จะรู้จักแนวทางของตัวเองเป็นสิ่งที่ดีที่สุดค่ะ
             
                      บางครั้ง ขอแค่มีใครสักคน อยู่ข้างๆ พร้อมที่จะเดินไปกับเราในทุกก้าว
                      มือถือ ทีวี คอมพิวเตอร์ msn โรงหนัง รถยนต์ เงิน ก้อไม่มีค่าแล้วค่ะ

                       แล้วถ้าเกิดว่า เราเป็นผู้ให้ ให้ได้ทุกอย่าง  แต่กลับไม่ได้อะไรมาเลย
                       รู้อยู่ว่าเป็นไปไม่ได้ และไม่มีวัน

                      
                       ก้อคงต้องหยุดใช่มั้ยหล่ะ  
                       เหมือนนั่งเอามีดกรีดตัวเองหล่ะ
                       ทั้งที่รู้ว่าเจ็บ แต่ก้อยังอยากทำ
                       ทั้งที่น้ำตาเอ่อ แต่ก้อยังยิ้มให้
                       ทั้งที่ แทบจะล้ม แต่ก้อฝืนเดินต่อ เพื่อส่งเค้าให้ถึงที่
                       นั่นสิ เพื่ออะไร 

                       ก้อไม่รู้เหมือนกัน ว่าตอนนี้ทำเพื่ออะไร เจ็บมาก แต่ยังอยากทำ
                       ทำไปทำไมก้อไม่รู้ เอาเรื่องใครก้อไม่รู้มาใส่หัว แค่เรื่องตัวเองก้อแย่อยู่แล้ว


 

 
                                                                    เพิ่งรู้นะคะ ว่าการรู้สึกดีๆกับใครสักคนมันง่ายนิดเดียว
                                                                     แต่ทำไม มันยากที่จะหยุดความรู้สึกนี้จังเลยหล่ะ


                                                                                     ถ้ามีโอกาสได้รักใครสักคน แล้วคนๆนั้นรักคุณ
                                                                                                  รักษาความรักให้ดีที่สุดนะคะ ^_^

                                          
                                                                                              ปล อ่านหนังสือต่อดีก่าเนอะๆๆ


                                                       
                      

edit @ 17 Nov 2007 20:14:01 by 212224

2007/Jul/31

คนเราก้อมีปัญหากันทุกคนแหล่ะ ไม่ใช่ปัญหาตัวเองก้อตามเหอะ ปัญหาชาวบ้าน ก้อมาโยงกัน
มั่วเรย น่าเบื่อเหมือนกันเนอะ ลำพังเรื่องตัวเราเองก้อปวดหัวจะแย่อยู่แระ ไหนปัญหาชาวบ้านอีก

ในฝัน
อยากเป็นแค่คนธรรมดา ไม่ยุ่งกับใคร วันๆ ไปเรียน กลับหอ อ่านหนังสือเล่มโปรด กับกีตาร์ใสๆ สักตัว
ตอนเย็นไปเดินเล่นในสวน อ่านหนังสือพิงไหล่คนที่เรารัก ฟังเพลง เราใส่หูฟังกันคนละข้างปล่อยอารมไปกับสิ่งรอบข้าง นั่งมองผู้คน เดินไป เดินมา ไม่ต้องคุยกัน แค่มองตากัน ก้อพอแล้วหล่ะ เริ่มมึด ก้อกลับหอ มีคนที่เรารัก ปั่นจักรยาให้เรานั่ง นั่งหลังชนกัน ฉันนั่งอ่านนังสือไป เขาปั่นจักรยานไป หัวเราะไปด้วยกัน จนถึงร้านข้าว
เขาสั่งข้าวให้เรา เราสั่งข้าวให้เค้า นั่งกินด้วยกัน เขาชอบถ่ายรูป ฉันชอบอ่านหนังสือ แต่เราชอบเสียงเพลงเหมือนกัน เขาไปส่งเราถึงหอ กลับมาถึงหอ เรารดน้ำต้นไม้ ให้อาหารปลา นั่งอ่านหนังสือเรียน นอนหลับ
หลับ ไปแล้ว หลับไปจนเช้า

ในวันนี้
ฝันไปเมื่อคืน อ้าว กะจะตื่นขึ้นมาอ่าน lab กำจิงๆ โอ๊ย แปดโมงแร้ววุ่ย เด๋วต้องไปสอบ
แปดโมงสี่สิบห้า หน้าห้องสอบ
"วันนี้สอบไรอ่ะ"
" ฟามเคม ไง " แกร๊กกกก เห้อยยย ลืมเอาเครื่องคิดเลขมาทำไงดีอ่า

เก้าโมงแป๊ะ
กรี๊งงงง ไม่ทันแร้วโว้ยยย กรี่งดังแระ เอาวะ คิดสดแมร่งเรย เวลาตั้งสามชั่วโมง
เข้าห้องสอบเรย สู้ๆ ทำได้อยุ่แร้ว นอนมาตั้งหลายชั่วโมง แป่ว!!

สิบโมงห้าสิบห้า
"เหลือเวลาสอบอีก ห้า นาทีนะครับ"
" อารัยนะ ห้านาที ไม่ใช่เลิกเที่ยงหรอกเหรอ"
พลิกไปดูหน้าแรก
เวลาสอบ วิชาฟามเคม เก้าโมง ถึง สิบเอ็ดโมง

เห้ยยยยเห้ยยยยย มรึงเห้ยยยยย ซวยแว้ว นั่งทำอย่าสบายใจ เหลืออีกพาร์ตนึงยี่สิบคะแนน ยังมะได้แตะเรย ทำไงดีฟะรหัสกุก้อยังไม่ได้ฝน

สิบโมงห้าสิบแปด
วุ่ยๆ อีกสองนาทีเว้ย สักสามข้อ ไม่สิ ติด เอฟ ชัวร์
น่าๆๆๆ ใจเย็นหน่อยพี่น้อง (มือสั่นไปหมดแร้ว)
เอ้ย มันตอบได้หลายชอยนีหว่า เอาอันไหนดีวะ กาแมร่งหมดเรย
ไม่ได้ ๆ เด๋วโดนปรับทุจริตกันพอดี เอาเปนว่าเลือกควายแมร่งให้หมดเรย

ควาย ควาย ควาย ควาย เอ๊ย ทิ้งดิ่งเกิดสี่ข้อมะได้ เอางูไปปนซะข้อ งู งู งู
หมดเวลาทำข้อสอบ วางปากกา

เอ๊ย เปงงาย ทำได้ป่ะเอ๊ยๆ ข้อนั้นตอบไรวะ เอ๊ะ ต้องตอบข้อนี้นินา @#!)(&*
ไม่ฟังแร้วโวยทำไม่ทันตั้งพาร์ตนึง จาเอฟไม๊อ่า

นั่นสิ จะเอฟไม๊ จาเอฟไม๊ ยังคลางแคลงกันต่อไปครับ เพ่น้องงงง!

กลับมาถึงหอ น้ำตาร่วงแปะๆๆ นั่งอยู่อย่างงั้นประมานครึ่งชั่วโมง
เอาหล่ะถึงโหมดปลอบใจคนอย่างกรูไม่ติดเอฟหรอกเว่ยยยยยฮึดไปงั้นแหล่ะ
ฮึดไปจะได้มีแรงอ่านไบโอฟามในวันถัดมา แต่ใจก้อยัง เอฟ ไม่ เอฟ อยู่หุ หุ

เวลาก้อไม่มีคนที่เรารักก้อไม่มีสวนก้อไม่ได้ไปเดิน หนังสือที่อยากอ่านก้อไม่ได้อ่าน (ต้องมาอ่านอีพวกเนี้ยะ) จักรยานก้อมะมีคนขี่ให้ (ขี่เองก้อได้ฟร่ะ) เพลงก้อไม่ได้ฟัง (ต้องฟังเสียงอ. ที่อัดไว้ตอนโดด lecture) ข้าวก้อมะได้กิน (กินแต่มาม่าจนผมร่วงหมดหัวแระ) นอนก้อมะได้นอน (อ่านไม่ทันเว้ยยยย )

นี่แหล่ะน้า ความจิงกะความฝัน ถึงวันนี้ จะเหลือสอบแค่ตัวเดียวก้อยัง เฮ้อ เหนีอยใจ มะใช่กะที่จะสอบวันพฤหัสนี้อ่านะ แต่เหนื่อยกะหลังมิดเทอมที่ต้อง ไฟต์กะฟามเคมอ่าจิ คิดๆ ดูแล้วต้องทำเกือบเต็มเร้ยนะ
ไม่ได้ลุ้น เอ นะ ลุ้น ด๊อก อ่า หุหุ ชิวๆอยู่แร้วระดับโดดเรียนเรียนเยอะที่สุดในกลุ่มแต่เกรดก้อยัง สองกลางๆพอถูๆ ไปได้
ถ้าเปนคนอื่นนะรีทายไปแระ (เข้าข้างตัวเองในทางที่ผิด) ซะง้านนนน

ชีวิตหนอชีวิต นอกจากจะทำงานหนักแร้ว ตอนเรียนยังหนักอีก
เนี่ยะแหล่ะ เหตุผลที่ไม่อยากให้คนที่เรารักทำอาชีพ เทือกนี้แถวๆสายการแพทย์เนี่ยะ
เด๋วจาพากันเครียดด้วยกันทั้งคู่เห้ออออ รอต่อไป ทั้งคนรัก คะแนน เกรด

เรียนจบเมื่อไหร่นะ จะไปอยู่ตามดอยเรย มะอยู่แว้วในเมือง วุ่นวายชิบ ใครอยากใช้ทุนในกรุงเทพ ยกให้
เด๋วเจ๊ ไปอยู่ในป่าในดอยไกลปืนเที่ยงเอง เจ๊ชอบ!!!!